-------------------------------
มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน (Princeton University) : ประเทศสหรัฐอเมริกา

มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน (Princeton University) เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ที่เมืองพรินซ์ตันในมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2289 (ค.ศ.1746) เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่อันดับ 4 ของประเทศ โดยเมื่อก่อตั้งใช้ชื่อว่า “วิทยาลัยนิวเจอร์ซีย์” แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน” ในปี พ.ศ.2439 (ค.ศ.1896) หลังจากย้ายมาที่เมืองพรินซ์ตัน ถึงแม้ว่ามหาวิทยาลัยพรินซ์ตันจะมีการเปิดสอนในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก แต่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันมาจากการศึกษาในระดับปริญญาตรี

มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันมีการเปิดสอนทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก และมีชื่อเสียงมากในด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ นอกจากนี้ยังคงได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีห้องสมุดใหญ่เป็นอันดับต้นของโลก
Princeton University เป็นมหาวิทยาลัย 1 ใน 8 ของกลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชนเก่าแก่ 8 แห่งที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ที่มีชื่อเรียกกันว่าไอวีลีก (Ivy League) และเป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งก่อนการประกาศอิสระภาพของสหรัฐอเมริกา

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง
- จอห์น เอฟ. เคนเนดี ประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐอเมริกา (ลาออกก่อนจบการศึกษา)
- เจมส์ เมดิสัน ประธานาธิบดีคนที่ 4 ของสหรัฐอเมริกา
- วิลเลียม โคลบี ผู้บริหารหน่วยซีไอเอในช่วงประธานาธิบดีริชาร์ด นิกซัน
- จอห์น แนช นักคณิตศาสตร์ชาวอเมริกัน ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์
- แอนเดรีย จุง ประธานบริหารบริษัทเอวอน
- เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Amazon.com
- จอห์น แคตซ์แมน สถาปนิกผู้ก่อตั้ง พรินซ์ตันรีวิว
- เอริก ชมิดต์ ประธานบริหารกูเกิล
- แกรี เบกเกอร์ นักเศรษฐศาสตร์ได้รับรางวัลโนเบลในปี 2535
- แอลัน ทัวริง นักวิทยาศาสตร์ บิดาของวงการวิทยาการคอมพิวเตอร์
- บรูก ชิลดส์ นักแสดงหญิงชาวอเมริกัน
- โรเบิร์ต เวนชูรี สถาปนิกชาวอเมริกันผู้ได้รับรางวัลพริตซ์เกอร์
- เวนเวิร์ท มิลเล่อร์ นักแสดงชาย จากซีรี่ Prison Break
- บัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารกสิกร (จบสาขาวิชาวิศวกรรมเคมี)
- ศาสตราจารย์ ดร. วิมลสิทธิ์ หรยางกูร คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปราณี ทิพย์รัตน์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การสมัครเรียน (Applying)
การยื่นใบสมัครไปยังมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน (Princeton University) นักศึกษาสามารถจะต้องยื่นใบสมัครและผลการสอบ ACT หรือ SAT ภายในวันที่ 1 มกราคม
ค่าธรรมเนียมการสมัครอยู่ที่ 55 ดอลลาร์ ทั้งนี้มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันมีอัตราตอบรับเข้าเป็นนักศึกษาอยู่ที่ร้อยละ 10.1
สาขาทีได้รับความนิยมในการเข้าศึกษา (ปี 2009)
1. Economics, General 11%
2. Political Science and Government, General 10%
3. History, General 8%
4. Public Policy Analysis, General 7%
5. Psychology, General 5%
Source : http://en.wikipedia.org/wiki/Princeton_University
http://th.wikipedia.org/wiki/Princeton_University
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1810645
...............................................................
ทุนการศึกษา Endeavour Awards : ออสเตรเลีย (Australia)ทุนการศึกษา Endeavour Awards :
ทุน Endeavour Awards เป็นทุนที่รัฐบาลออสเตรเลียจัดสรรเพื่อให้เกิดการแข่งขันในระดับนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้แก่พลเมืองในเอเชีย - แปซิฟิก ตะวันออกกลาง ยุโรปและอเมริกา เพื่อศึกษา ทุนการศึกษา Endeavour Awards มีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นทุนระดับสูงกว่าปริญญาตรี ทุนเพื่อการวิจัย ทุนระดับอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม รวมถึงทุนสำหรับผู้บริหารเพื่อการพัฒนาระดับวิชาชีพ โดยไม่จำกัดสาขาวิชา มร. เจมส์ ไวส์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ทุนการศึกษา Endeavour Awards ช่วยให้เกิดการถ่ายทอดแบ่งปันความรู้ และส่งเสริมความเข้าใจระหว่างผู้ที่ได้รับทุนชาวไทยและชาวออสเตรเลีย รวมทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศของผู้ได้รับทุนจากทั่วโลกที่จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องแม้ว่าพวกเขาจะกลับมายังประเทศไทยแล้วก็ตาม ซึ่งทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเราทั้งสองแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ” 1. ทุนการศึกษาสำหรับผู้บริหาร (Endeavour Executive Awards) 2. ทุนการศึกษาสำหรับการวิจัย (Endeavour Research Fellowships) 3. ทุนการศึกษาสำหรับอาชีวศึกษา (Endeavour Vocational Education and Training (VET) Awards) 4. ทุนการศึกษาสำหรับผู้ต้องการไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท (Endeavour Postgraduate and Postdoctoral Awards) ระยะเวลาเปิดรับสมัคร เปิดรับสมัครปีละ 2 ครั้งคือ
แหล่งที่มา : http://www.bic.moe.go.th/
|
เทคนิคเบื้องต้นเพื่อเพิ่มคะแนน TOEFLเทคนิคเบื้องต้นเพื่อเพิ่มคะแนน TOEFLเรียบเรียงโดย : สาระดีดี.คอม
การทำคะแนนสอบ TOEFL ให้อยู่ในระดับสูงสามารถทำได้โดยผู้เตรียมสอบต้องเริ่มเตรียมพร้อมโดยการวางแผนการเตรียมสอบที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้ผู้สอบทำคะแนนได้ดีตั้งแต่ครั้งแรกที่สอบ มีเคล็ดลับ 4 ข้อสำหรับเพิ่มคะแนนสอบ TOEFL ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อผู้เตรียมสอบ ดังนี้ 1. เลือกเครื่องมือเตรียมสอบที่ดีและเหมาะสม หากผู้เตรียมตัวสอบไม่คุ้นเคยกับการสอบ TOEFL มาก่อน สิ่งสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้นคือการสร้างความคุ้นเคยกับแบบทดสอบ ตัวข้อสอบและโครงสร้างข้อสอบ วิธีที่ดีที่สุดและเป็นวิธีง่ายๆ คือการทำแบบฝึกหัด โดยในขั้นต้นผู้เตรียมตัวอสบควรตั้งใจอย่างเต็มที่ในการคัดหาหนังสือดีๆ สักเล่ม หรือเครื่องมือแนะนำการสอบ TOEFL ที่เหมาะสม โดยสามารถเลือกเป็นหนังสือแนะนำ ซีดี เทป หรือไฟล์เสียง บางครั้งผู้เตรียมตัวสอบอาจลังเลใจจากการโฆษณาต่างๆ หรือหน้าปกที่สวยงามของคู่มือ ดังนั้นจึงควรหาข้อมูลหนังสือที่มีชื่อเสียงและเล่มที่มีผู้แนะนำให้ผู้ที่เตรียมตัวสอบอ่านมาแล้วหลายๆ รุ่นของการสอบ ต่อมาให้ใช้เวลาทบทวนเกี่ยวกับกระบวนการที่จะช่วยให้ผู้เตรียมสอบจดจำข้อมูลต่างๆ ได้ดีขึ้น ตัวอย่าง หากคุณรู้สึกไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือขณะอยู่บนรถโดยสารหรือรถไฟฟ้า ให้คุณลองเปลี่ยนไปใช้เทป ซีดี หรือไฟล์เสียงที่สามารถฟังในขณะกำลังเดินทางเพื่อให้สามารถจดจำเทคนิคการทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น 2. การตัดสินใจสมัครเรียนเพื่อเตรียมสอบ 3. เรียนรู้เทคนิคเพื่อลดเวลาการทำข้อสอบ ในการสอบ TOEFL ผู้สอบจะได้พบกับคำถามที่มีตัวเลือกคล้ายกันบ่อยๆ อาทิ A) to destroy เมื่อผู้สอบพบกับคำถามลักษณะนี้ ให้จำไว้ว่า 90% ของคำถามจากตัวเลือกข้างต้นคำตอบน่าจะเป็นข้อ B หรือ ข้อ C ทั้งนี้โดยทั่วไปข้อสอบ TOEFL จะมีลักษณะของแบบทดสอบวัดactive voice (-ing form) และ passive voice (-ed form) เมื่อคุณพบคำตอบที่มีทั้ง -ed และ -ing อยู่ในคำถามข้อเดียวกันในตัวเลือก คำถามข้อนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าตัวเลือกจะอยู่ 1 ในสองตัวเลือกดังกล่าว ซึ่งนี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายเทคนิคที่คุณจะได้เรียนรู้เมื่อได้ลงเรียนหลักสูตรเตรียมสอบ TOEFL หรือจากการทำแบบทดสอบอย่างเข้มข้น 4. ถามตัวเองว่าการเรียบเรียงประโยคสอดคล้องดีไหม ผู้เตรียมตัวสอบ TOEFL ส่วนใหญ่มีความสามารถในการคิดประโยคคำพูดเป็นภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างถูกต้องยกเว้นตอนต้องออกเสียง ในทางเดียวกัน นั่นหมายความว่าเราจะสามารถสนทนาในใจได้ดีหากเราสามารถออกเสียงได้ถูกต้อง และความคิดภายในใจจะสะท้อนออกมาเป็นเสียงจริงได้หากไม่ยึดติดหลักของไวยกรณ์ (grammar rules) หรืออีกนัยหนึ่งคือเราสามารถพูดประโยคภาษาอังกฤษได้ถูกต้องได้ง่ายๆ ด้วยการคิดและพูดออกมาดังๆ ดังนั้นการฝึกอ่านอ่านออกเสียงจึงเป็นการฝึกฝนให้ผู้เตรียมสอบได้คุ้นเคยกับรูปประโยคได้ค่อนข้างดีวิธีหนึ่ง ความจริงในเรื่องนี้จะทำให้คุณสามารถจัดการกับความสับสนเมื่อเจอกับข้อสอบ TOEFL ในการทำข้อสอบที่ต้องพิจารณาใช้คำในตัวเลือกเข้าแทนที่คำภายในประโยคให้ลองอ่านดูว่าเมื่อเติมคำลงไปแล้วประโยคเหมาะสมดีหรือไม่ หากลองอ่านออกเสียงแล้วเสียงที่อ่านทั้งประโยคไม่ติดขัด ก็มีความเป็นไปได้ว่าคำตอบดังกล่าวเป็นตัวเลือกและคำตอบที่ถูกต้อง |














