--------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------

 

Financial Times : จัดอันดับ MBA  ปี 2015

Financial Times Global MBA Rankings 2015

 

อันดับ

อันดับเฉลี่ย 3 ปี

มหาวิทยาลัย

ประเทศ

รายได้เฉลี่ย
(
ดอลล่าห์/ปี)

สัดส่วน
การมีงานทำ (%)

1

1

Harvard Business School

US

180,183

90 (100)

2

3

London Business School

UK

155,754

93 (99)

3

3

University of Pennsylvania: Wharton

US

172,699

96 (93)

4

3

Stanford Graduate School of Business

US

178,929

92 (100)

4

5

Insead

France / Singapore

155,546

83 (90)

6

5

Columbia Business School

US

169,252

91 (91)

7

7

Iese Business School

Spain

144,782

90 (91)

8

8

MIT: Sloan

US

157,360

93 (99)

9

9

University of Chicago: Booth

US

162,791

97 (99)

10

11

University of California at Berkeley: Haas

US

159,140

87 (99)

11

14

Ceibs

China

140,602

92 (100)

12

12

IE Business School

Spain

151,411

92 (89)

13

15

University of Cambridge: Judge

UK

148,909

88 (93)

14

12

Hong Kong UST Business School

China

133,203

81 (96)

14

14

Northwestern University: Kellogg

US

157,719

91 (99)

16

19

HEC Paris

France

130,199

90 (88)

17

14

Yale School of Management

US

155,056

89 (100)

18

18

New York University: Stern

US

147,243

90 (95)

19

21

Esade Business School

Spain

131,610

88 (93)

20

17

IMD

Switzerland

151,138

77 (100)

21

19

Duke University: Fuqua

US

141,593

90 (100)

22

23

University of Oxford: Saïd

UK

137,138

89 (87)

23

20

Dartmouth College: Tuck

US

155,125

94 (100)

24

26

University of Michigan: Ross

US

146,836

90 (93)

25

25

UCLA: Anderson

US

142,682

89 (98)

26

27

Indian Institute of Management, Ahmedabad

India

169,420

83 (100)

26

32

SDA Bocconi

Italy

121,405

85 (87)

28

26

Cornell University: Johnson

US

142,889

90 (99)

28

29

University of Hong Kong

China

118,354

79 (86)

30

-

CUHK Business School

China

123,035

77 (99)

31

33

National University of Singapore Business School

Singapore

110,208

98 (96)

32

31

University of Virginia: Darden

US

141,678

93 (97)

33

34

Indian School of Business

India

126,570

97 (93)

34

42

Imperial College Business School

UK

108,553

84 (96)

35

36

Manchester Business School

UK

118,390

66 (87)

36

38

Carnegie Mellon: Tepper

US

133,720

88 (100)

36

50

The Lisbon MBA

Portugal

122,334

81 (77)

38

30

Warwick Business School

UK

118,411

88 (96)

39

39

University of North Carolina: Kenan-Flagler

US

126,384

89 (95)

40

37

Nanyang Business School

Singapore

110,642

90 (100)

40

42

University of Texas at Austin: McCombs

US

132,233

91 (98)

42

39

Georgetown University: McDonough

US

128,373

89 (96)

43

38

Rice University: Jones

US

123,036

88 (100)

43

48

University of California at Irvine: Merage

US

112,166

82 (100)

45

39

Rotterdam School of Management, Erasmus University

Netherlands

104,016

80 (94)

45

42

City University: Cass

UK

114,032

66 (93)

45

43

Cranfield School of Management

UK

118,300

83 (100)

48

57

Purdue University: Krannert

US

108,622

76 (100)

49

50

University of Maryland: Smith

US

108,143

89 (99)

50

66

Lancaster University Management School

UK

96,919

91 (93)

51

62

University of Washington: Foster

US

115,924

96 (100)

52

62

University of Cape Town GSB

South Africa

144,744

73 (100)

53

50

University of Toronto: Rotman

Canada

92,935

70 (95)

54

56

Michigan State University: Broad

US

110,062

96 (100)

55

-

Shanghai Jiao Tong University: Antai

China

93,690

100 (97)

55

63

Mannheim Business School

Germany

106,106

100 (97)

55

76

Fudan University School of Management

China

90,833

96 (100)

58

68

University of Southern California: Marshall

US

126,552

86 (97)

59

50

Emory University: Goizueta

US

122,180

95 (99)

59

52

Sungkyunkwan University GSB

South Korea

109,636

89 (97)

61

58

Vanderbilt University: Owen

US

119,920

91 (98)

62

50

Indiana University: Kelley

US

115,692

91 (98)

63

-

ESMT - European School of Management and Technology

Germany

99,822

78 (91)

63

-

University of Iowa: Tippie

US

104,148

93 (98)

65

65

Georgia Institute of Technology: Scheller

US

113,498

94 (92)

66

-

University of San Diego School of Business Administration

US

106,400

57 (100)

67

79

University of St Gallen

Switzerland

104,891

100 (79)

68

-

Macquarie Graduate School of Management

Australia

125,249

92 (89)

69

70

Ohio State University: Fisher

US

105,409

93 (100)

70

81

Wisconsin School of Business

US

105,409

88 (100)

71

53

University of Illinois at Urbana-Champaign

US

111,224

80 (89)

72

63

Washington University: Olin

US

110,810

97 (96)

73

76

University College Dublin: Smurfit

Ireland

108,154

90 (94)

73

83

Babson College: Olin

US

120,629

84 (89)

75

62

AGSM at UNSW Business School

Australia

109,794

85 (84)

76

-

SMU: Cox

US

110,297

92 (99)

76

83

Arizona State University: Carey

US

104,356

90 (100)

78

83

Boston University: Questrom

US

109,775

90 (89)

79

-

Durham University Business School

UK

88,256

79 (91)

80

80

University of Strathclyde Business School

UK

98,839

86 (84)

81

70

University of British Columbia: Sauder

Canada

94,786

77 (90)

82

-

Indian Institute of Management, Bangalore

India

134,538

100 (97)

83

-

University of Minnesota: Carlson

US

112,208

83 (96)

84

80

University of Bath School of Management

UK

96,846

95 (90)

85

66

University of Rochester: Simon

US

107,595

95 (92)

86

-

Queen's School of Business

Canada

92,388

83 (92)

86

-

University of Alberta

Canada

82,237

85 (99)

86

75

Pennsylvania State University: Smeal

US

104,612

85 (100)

89

-

University of Notre Dame: Mendoza

US

116,600

88 (98)

90

73

Melbourne Business School

Australia

96,411

87 (96)

90

88

Boston College: Carroll

US

113,846

91 (96)

90

91

George Washington University

US

104,994

85 (85)

93

91

University of California, San Diego: Rady

US

99,200

86 (92)

94

93

Vlerick Business School

Belgium

99,852

36 (89)

95

-

Birmingham Business School

UK

102,367

88 (73)

96

-

University of South Carolina: Moore

US

92,526

70 (91)

97

-

University of Pittsburgh: Katz

US

92,160

95 (98)

97

78

Tias Business School

Netherlands

92,289

75 (89)

97

88

Western University: Ivey

Canada

95,922

90 (92)

100

87

McGill University: Desautels

Canada

89,510

89 (93)

 

 

แหล่งที่มา : http://rankings.ft.com/exportranking/global-mba-ranking-2015/pdf

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------

 
ทุน Victoria Doctoral Scholarships 2015

ทุน Victoria Doctoral Scholarships 2015

ทุนการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้นักศึกษาที่สนใจรับทุนในระดับปริญญาเอกได้เข้าศึกษาที่ Victoria University of Wellington เป็นเวลา 3 ปี จำนวน 35 ทุน

ทุนการศึกษาที่จะมอบให้จะพิจารณาจากความเป็นเลิศของผลการศึกษา โดยเปิดโอกาสให้แก่ทั้งนักศึกษาชาวนิวซีแลนด์และนักศึกษาต่างชาติที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับระเบียบการรับสมัครที่มหาวิทยาลัยกำหนดได้รับทุนการศึกษาดังกล่าว

รายละเอียดทุน

1. ผู้ได้รับทุนจะได้รับเงินค่าใช้จ่ายปีละ $23,500

2. ค่าเล่าเรียน (Tuition Fees)

คุณสมบัติผู้สมัคร

ผู้สนใจสมัครรับทุนจะต้องมีคุณสมบัติการสมัครดังนี้

  • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท
  • มีความเป็นเลิศของผลการศึกษา
  • นักศึกษาชาวนิวซีแลนด์และนักศึกษาต่างชาติ

ระยะเวลาการรับสมัคร

หมดเขตรับสมัคร 1 พฤศจิกายน 2014

 

>>>>>>>>>>  อ่านข้อมูลเพิ่่มเติม

 
เทคนิคเบื้องต้นเพื่อเพิ่มคะแนน TOEFL
เทคนิคเบื้องต้นเพื่อเพิ่มคะแนน TOEFL

เรียบเรียงโดย : สาระดีดี.คอม

 

          การทำคะแนนสอบ TOEFL ให้อยู่ในระดับสูงสามารถทำได้โดยผู้เตรียมสอบต้องเริ่มเตรียมพร้อมโดยการวางแผนการเตรียมสอบที่มีประสิทธิภาพ  ซึ่งจะช่วยให้ผู้สอบทำคะแนนได้ดีตั้งแต่ครั้งแรกที่สอบ  มีเคล็ดลับ 4 ข้อสำหรับเพิ่มคะแนนสอบ TOEFL ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อผู้เตรียมสอบ  ดังนี้

           1.  เลือกเครื่องมือเตรียมสอบที่ดีและเหมาะสม

          หากผู้เตรียมตัวสอบไม่คุ้นเคยกับการสอบ TOEFL  มาก่อน   สิ่งสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้นคือการสร้างความคุ้นเคยกับแบบทดสอบ ตัวข้อสอบและโครงสร้างข้อสอบ   วิธีที่ดีที่สุดและเป็นวิธีง่ายๆ คือการทำแบบฝึกหัด    โดยในขั้นต้นผู้เตรียมตัวอสบควรตั้งใจอย่างเต็มที่ในการคัดหาหนังสือดีๆ สักเล่ม หรือเครื่องมือแนะนำการสอบ TOEFL ที่เหมาะสม   โดยสามารถเลือกเป็นหนังสือแนะนำ  ซีดี  เทป หรือไฟล์เสียง    บางครั้งผู้เตรียมตัวสอบอาจลังเลใจจากการโฆษณาต่างๆ หรือหน้าปกที่สวยงามของคู่มือ   ดังนั้นจึงควรหาข้อมูลหนังสือที่มีชื่อเสียงและเล่มที่มีผู้แนะนำให้ผู้ที่เตรียมตัวสอบอ่านมาแล้วหลายๆ รุ่นของการสอบ    ต่อมาให้ใช้เวลาทบทวนเกี่ยวกับกระบวนการที่จะช่วยให้ผู้เตรียมสอบจดจำข้อมูลต่างๆ ได้ดีขึ้น   ตัวอย่าง หากคุณรู้สึกไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือขณะอยู่บนรถโดยสารหรือรถไฟฟ้า  ให้คุณลองเปลี่ยนไปใช้เทป ซีดี หรือไฟล์เสียงที่สามารถฟังในขณะกำลังเดินทางเพื่อให้สามารถจดจำเทคนิคการทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

          2.  การตัดสินใจสมัครเรียนเพื่อเตรียมสอบ

          การสมัครเรียนเพื่อเตรียมสอบ TOEFL เป็นการเตรียมตัวสอบที่จะได้ผลดีกว่าอ่านหนังสือคู่มือ การอ่านเทคนิคต่างๆ  การทำแบบฝึกหัด และเรียนรู้จากเครื่องมือต่างๆ ด้วยตนเอง   สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับจากการลงเรียนในหลักสูตรเตรียมตัวสอบ TOEFL   คือ ประสิทธิภาพของการเรียนการสอน ความรู้ และโอกาสที่จะได้คะแนนสอบที่สูงขึ้น   เนื่องจากผู้เรียนจะมีโอกาสได้สอบถามข้อสงสัยหรือตั้งคำถามในเรื่องที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้นกับผู้สอน    อย่างไรก็ตามก่อนที่จะลงมือสมัครเรียนกับสถาบันกวดวิชา  ให้ผู้เรียนตรวจสอบให้มั่นใจว่าผู้สอนมีความรอบรู้เกี่ยวกับการสอบ TOEFL เป็นอย่างดี  และผู้สอนสามารถอธิบายและสอนสิ่งที่ยากๆ ให้คุณสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น    คุณอาจขอสถาบันที่สนใจเข้าชมการเรียนการสอนก่อนที่จะตัดสินใจสมัครเรียนจริง

          3.  เรียนรู้เทคนิคเพื่อลดเวลาการทำข้อสอบ

          ในการสอบ TOEFL ผู้สอบจะได้พบกับคำถามที่มีตัวเลือกคล้ายกันบ่อยๆ อาทิ

          A) to destroy
          B) destroying
          C) destroyed
          D) was destroyed

          เมื่อผู้สอบพบกับคำถามลักษณะนี้  ให้จำไว้ว่า 90% ของคำถามจากตัวเลือกข้างต้นคำตอบน่าจะเป็นข้อ B หรือ ข้อ C    ทั้งนี้โดยทั่วไปข้อสอบ TOEFL จะมีลักษณะของแบบทดสอบวัดactive voice (-ing form) และ passive voice (-ed form)  เมื่อคุณพบคำตอบที่มีทั้ง -ed และ -ing อยู่ในคำถามข้อเดียวกันในตัวเลือก   คำถามข้อนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าตัวเลือกจะอยู่ 1 ในสองตัวเลือกดังกล่าว  ซึ่งนี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายเทคนิคที่คุณจะได้เรียนรู้เมื่อได้ลงเรียนหลักสูตรเตรียมสอบ TOEFL หรือจากการทำแบบทดสอบอย่างเข้มข้น

          4.  ถามตัวเองว่าการเรียบเรียงประโยคสอดคล้องดีไหม

          ผู้เตรียมตัวสอบ TOEFL  ส่วนใหญ่มีความสามารถในการคิดประโยคคำพูดเป็นภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างถูกต้องยกเว้นตอนต้องออกเสียง   ในทางเดียวกัน  นั่นหมายความว่าเราจะสามารถสนทนาในใจได้ดีหากเราสามารถออกเสียงได้ถูกต้อง   และความคิดภายในใจจะสะท้อนออกมาเป็นเสียงจริงได้หากไม่ยึดติดหลักของไวยกรณ์ (grammar rules)   หรืออีกนัยหนึ่งคือเราสามารถพูดประโยคภาษาอังกฤษได้ถูกต้องได้ง่ายๆ ด้วยการคิดและพูดออกมาดังๆ   ดังนั้นการฝึกอ่านอ่านออกเสียงจึงเป็นการฝึกฝนให้ผู้เตรียมสอบได้คุ้นเคยกับรูปประโยคได้ค่อนข้างดีวิธีหนึ่ง

          ความจริงในเรื่องนี้จะทำให้คุณสามารถจัดการกับความสับสนเมื่อเจอกับข้อสอบ TOEFL    ในการทำข้อสอบที่ต้องพิจารณาใช้คำในตัวเลือกเข้าแทนที่คำภายในประโยคให้ลองอ่านดูว่าเมื่อเติมคำลงไปแล้วประโยคเหมาะสมดีหรือไม่   หากลองอ่านออกเสียงแล้วเสียงที่อ่านทั้งประโยคไม่ติดขัด ก็มีความเป็นไปได้ว่าคำตอบดังกล่าวเป็นตัวเลือกและคำตอบที่ถูกต้อง   

          เทคนิคง่ายๆ เหล่านี้ สามารถช่วยให้คุณเพิ่มคะแนน TOEFL ได้ไม่มากกน้อย   ขอให้จำไว้ว่าการหมั่นฝึกฝน  ทบทวน และทำแบบทดสอบสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณสามารถเพิ่มคะแนนสอบให้สูงขึ้นได้

 

จำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้8
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้2205
mod_vvisit_counterเดือนนี้60279
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด2459736

Who's Online

เรามี 38 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ความคิดเห็น

ท่านใช้งานส่วนใดของสาระดีดี.คอม มากที่สุด