----------------------------

จำนวนนักศึกษาแบบเต็มเวลา: 236 คน (ปี พ.ศ. 2554)
จำนวนนักศึกษาแบบนอกเวลา : 179 คน (ปี พ.ศ. 2554)
ค่าเล่าเรียนแบบเต็มเวลา : 25,678 ดอลลาร์ต่อปี (ปี พ.ศ. 2554)
ค่าเล่าเรียนแบบนอกเวลา : 19,287 ดอลลาร์ต่อปี (ปี พ.ศ. 2554)
รายได้เฉลี่ยเมื่อจบการศึกษา : 83,484 ดอลลาร์ (ปี พ.ศ. 2554)
นอกเหนือจากการเรียนการสอนหลักสูตรธุรกิจมหาบัณฑิตแล้ว Madison’s Wisconsin School of Business ภายใต้การดูแลของ University of Wisconsin ยังเปิดการสอนหลักสูตรธุรกิจมหาบัณฑิตในสาขาวิชาเฉพาะเพื่อการประกอบอาชีพ โดย Madison’s Wisconsin School of Business มีความเชื่อว่าที่ว่าการมีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขาจะเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพในการทำงานต่อองค์กรที่นักศึกษาจะเข้าไปทำงานเมื่อจบการศึกษาแล้ว ทั้งนี้นักศึกษาหลักสูตร M.B.A. แบบเต็มเวลาจะสามารถเลือกเรียนในหลักสูตรเฉพาะ อาทิ Brand and Product Management, Marketing Research และ Operations and Technology Management หรือสาขาอื่นๆ
ควบคู่ไปกับการเปิดการเรียนการสอนแบบเต็มเวลา Wisconsin School of Business ยังเปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาโทด้าน Actuarial Science, Global Real Estate, Quantitative Finance และ Accountancy สำหรับหลักสูตร M.B.A แบบนอกเวลา หลักสูตร M.B.A สำหรับผู้บริหาร และหลักสูตระดับปริญญาเอกอีกด้วย ทั้งนี้มหาวิทยาลัยยังเปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสำหรับผู้บริหารที่สามารถปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับประสบการณ์การทำงานของผู้เรียนในหลักสูตรที่ชื่อว่า Manager’s Program นอกจากนี้องค์กรและบริษัทต่างๆ ยังมีโอกาสในการเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งพนักงานเข้ารับการเรียนการสอนหลักสูตรพิเศษเพื่อพัฒนาการทำงานและเข้าร่วมการอบรมต่างๆ
Madison’s Wisconsin School of Business มีองค์กรนักศึกษามากกว่า 30 องค์กร รวมไปถึงสมาคม Business Action for Sustainable Enterprise และ International Business Student Association
Madison’s Wisconsin School of Business มีศิษย์เก่าที่จบการศึกษาจากที่นี่กว่า 37,000 คนทั่วโลก อาทิ Donald Goerke นักประดิษฐ์ของผลิตภัณฑ์อาหาร SpaghettiOs, David Lesar ประธานและซีอีโอของ Halliburton Energy Services และ Richard Notebaert อดีตประธานและซีอีโอของบริษัทโทรคมนาคม Qwest Communications, International, Inc.
หลักสูตรที่เปิดสอน
- accounting
- actuarial science
- arts administration
- entrepreneurship
- finance
- human resources management
- insurance
- management information systems
- marketing
- production/operations management
- portfolio management
- real estate
- supply chain management/logistics
- tax
- other
แหล่งที่มา :
http://grad-schools.usnews.rankingsandreviews.com/best-graduate-schools/top-business-schools/school-of-business-01245
.....................................................................
ทุนการศึกษา Endeavour Awards : ออสเตรเลีย (Australia)ทุนการศึกษา Endeavour Awards :
ทุน Endeavour Awards เป็นทุนที่รัฐบาลออสเตรเลียจัดสรรเพื่อให้เกิดการแข่งขันในระดับนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้แก่พลเมืองในเอเชีย - แปซิฟิก ตะวันออกกลาง ยุโรปและอเมริกา เพื่อศึกษา ทุนการศึกษา Endeavour Awards มีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นทุนระดับสูงกว่าปริญญาตรี ทุนเพื่อการวิจัย ทุนระดับอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม รวมถึงทุนสำหรับผู้บริหารเพื่อการพัฒนาระดับวิชาชีพ โดยไม่จำกัดสาขาวิชา มร. เจมส์ ไวส์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ทุนการศึกษา Endeavour Awards ช่วยให้เกิดการถ่ายทอดแบ่งปันความรู้ และส่งเสริมความเข้าใจระหว่างผู้ที่ได้รับทุนชาวไทยและชาวออสเตรเลีย รวมทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศของผู้ได้รับทุนจากทั่วโลกที่จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องแม้ว่าพวกเขาจะกลับมายังประเทศไทยแล้วก็ตาม ซึ่งทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเราทั้งสองแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ” 1. ทุนการศึกษาสำหรับผู้บริหาร (Endeavour Executive Awards) 2. ทุนการศึกษาสำหรับการวิจัย (Endeavour Research Fellowships) 3. ทุนการศึกษาสำหรับอาชีวศึกษา (Endeavour Vocational Education and Training (VET) Awards) 4. ทุนการศึกษาสำหรับผู้ต้องการไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท (Endeavour Postgraduate and Postdoctoral Awards) ระยะเวลาเปิดรับสมัคร เปิดรับสมัครปีละ 2 ครั้งคือ
แหล่งที่มา : http://www.bic.moe.go.th/
|
เทคนิคเบื้องต้นเพื่อเพิ่มคะแนน TOEFLเทคนิคเบื้องต้นเพื่อเพิ่มคะแนน TOEFLเรียบเรียงโดย : สาระดีดี.คอม
การทำคะแนนสอบ TOEFL ให้อยู่ในระดับสูงสามารถทำได้โดยผู้เตรียมสอบต้องเริ่มเตรียมพร้อมโดยการวางแผนการเตรียมสอบที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้ผู้สอบทำคะแนนได้ดีตั้งแต่ครั้งแรกที่สอบ มีเคล็ดลับ 4 ข้อสำหรับเพิ่มคะแนนสอบ TOEFL ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อผู้เตรียมสอบ ดังนี้ 1. เลือกเครื่องมือเตรียมสอบที่ดีและเหมาะสม หากผู้เตรียมตัวสอบไม่คุ้นเคยกับการสอบ TOEFL มาก่อน สิ่งสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้นคือการสร้างความคุ้นเคยกับแบบทดสอบ ตัวข้อสอบและโครงสร้างข้อสอบ วิธีที่ดีที่สุดและเป็นวิธีง่ายๆ คือการทำแบบฝึกหัด โดยในขั้นต้นผู้เตรียมตัวอสบควรตั้งใจอย่างเต็มที่ในการคัดหาหนังสือดีๆ สักเล่ม หรือเครื่องมือแนะนำการสอบ TOEFL ที่เหมาะสม โดยสามารถเลือกเป็นหนังสือแนะนำ ซีดี เทป หรือไฟล์เสียง บางครั้งผู้เตรียมตัวสอบอาจลังเลใจจากการโฆษณาต่างๆ หรือหน้าปกที่สวยงามของคู่มือ ดังนั้นจึงควรหาข้อมูลหนังสือที่มีชื่อเสียงและเล่มที่มีผู้แนะนำให้ผู้ที่เตรียมตัวสอบอ่านมาแล้วหลายๆ รุ่นของการสอบ ต่อมาให้ใช้เวลาทบทวนเกี่ยวกับกระบวนการที่จะช่วยให้ผู้เตรียมสอบจดจำข้อมูลต่างๆ ได้ดีขึ้น ตัวอย่าง หากคุณรู้สึกไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือขณะอยู่บนรถโดยสารหรือรถไฟฟ้า ให้คุณลองเปลี่ยนไปใช้เทป ซีดี หรือไฟล์เสียงที่สามารถฟังในขณะกำลังเดินทางเพื่อให้สามารถจดจำเทคนิคการทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น 2. การตัดสินใจสมัครเรียนเพื่อเตรียมสอบ 3. เรียนรู้เทคนิคเพื่อลดเวลาการทำข้อสอบ ในการสอบ TOEFL ผู้สอบจะได้พบกับคำถามที่มีตัวเลือกคล้ายกันบ่อยๆ อาทิ A) to destroy เมื่อผู้สอบพบกับคำถามลักษณะนี้ ให้จำไว้ว่า 90% ของคำถามจากตัวเลือกข้างต้นคำตอบน่าจะเป็นข้อ B หรือ ข้อ C ทั้งนี้โดยทั่วไปข้อสอบ TOEFL จะมีลักษณะของแบบทดสอบวัดactive voice (-ing form) และ passive voice (-ed form) เมื่อคุณพบคำตอบที่มีทั้ง -ed และ -ing อยู่ในคำถามข้อเดียวกันในตัวเลือก คำถามข้อนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าตัวเลือกจะอยู่ 1 ในสองตัวเลือกดังกล่าว ซึ่งนี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายเทคนิคที่คุณจะได้เรียนรู้เมื่อได้ลงเรียนหลักสูตรเตรียมสอบ TOEFL หรือจากการทำแบบทดสอบอย่างเข้มข้น 4. ถามตัวเองว่าการเรียบเรียงประโยคสอดคล้องดีไหม ผู้เตรียมตัวสอบ TOEFL ส่วนใหญ่มีความสามารถในการคิดประโยคคำพูดเป็นภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างถูกต้องยกเว้นตอนต้องออกเสียง ในทางเดียวกัน นั่นหมายความว่าเราจะสามารถสนทนาในใจได้ดีหากเราสามารถออกเสียงได้ถูกต้อง และความคิดภายในใจจะสะท้อนออกมาเป็นเสียงจริงได้หากไม่ยึดติดหลักของไวยกรณ์ (grammar rules) หรืออีกนัยหนึ่งคือเราสามารถพูดประโยคภาษาอังกฤษได้ถูกต้องได้ง่ายๆ ด้วยการคิดและพูดออกมาดังๆ ดังนั้นการฝึกอ่านอ่านออกเสียงจึงเป็นการฝึกฝนให้ผู้เตรียมสอบได้คุ้นเคยกับรูปประโยคได้ค่อนข้างดีวิธีหนึ่ง ความจริงในเรื่องนี้จะทำให้คุณสามารถจัดการกับความสับสนเมื่อเจอกับข้อสอบ TOEFL ในการทำข้อสอบที่ต้องพิจารณาใช้คำในตัวเลือกเข้าแทนที่คำภายในประโยคให้ลองอ่านดูว่าเมื่อเติมคำลงไปแล้วประโยคเหมาะสมดีหรือไม่ หากลองอ่านออกเสียงแล้วเสียงที่อ่านทั้งประโยคไม่ติดขัด ก็มีความเป็นไปได้ว่าคำตอบดังกล่าวเป็นตัวเลือกและคำตอบที่ถูกต้อง |














