--------------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------

 

แนวคิดทางการตลาดและโฆษณา AIDA Model

 

บทความโดย : สาระดีดี.คอม/  WWW.SARA-DD.COM

 

 

AIDA เป็นคำย่อมาจาก Attention (ดึงดูดความสนใจ) Interest (ความสนใจ) Desire (ความปรารถนา) และ Action (การลงมือทำ)

 

AIDA Model ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในด้านการตลาดและการโฆษณาเพื่ออธิบายถึงขั้นตอนหรือลำดับขั้นต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรกเริ่มเมื่อผู้บริโภครู้จักผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ จนกระทั่งผู้บริโภคได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์หรือตัดสินใจซื้อ

 

เนื่องจากผู้บริโภคจำนวนมากตระหนักถึงแบรนด์ผ่านการโฆษณาหรือการสื่อสารการตลาด  AIDA Model จึงเข้ามาช่วยอธิบายว่าการโฆษณาหรือการสื่อสารทางการตลาดมีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับผู้บริโภคในการเลือกแบรนด์อย่างไร

 

ในสาระสำคัญของแนวคิด AIDA Model จะอธิบายว่ารูปแบบการสื่อสารทางการตลาดจำเป็นต้องมีหลากหลายวิธีการเพื่อให้ผู้บริโภคก้าวผ่านขั้นตอนตามลำดับจากการรับรู้ไปสู่การแสดงออกต่อแบรนด์ (การซื้อและการบริโภค)

 

AIDA Model เป็นหนึ่งในแนวคิดหรือแบบจำลองที่ได้รับความนิยมนำมาใช้งานยาวนานที่สุดในงานโฆษณา ซึ่งได้ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19

 

ในช่วงกว่า 100 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ถูกนำมาใช้อ้างอิงครั้งแรกในงานด้านการตลาดและโฆษณา AIDA Model ก็ได้ผ่านการปรับปรุงและเพิ่มตัวแปรมาแล้วหลายครั้งเพื่อนำไปใช้รองรับงานโฆษณาและแพลตฟอร์มการสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ มากมาย

 

นับได้ว่า AIDA Model เป็นหนึ่งในแนวคิดพื้นฐานสำคัญในการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดแบบจำลองลำดับขั้น (Hierarchical Models) หรือแนวคิดลำดับขั้นของผลกระทบ (Hierarchy of Effects Models) ซึ่งทั้งหมดนี้อนุมานได้ว่าผู้บริโภคจะก้าวผ่านชุดขั้นตอนหรือลำดับขั้นต่างๆ ครบ เมื่อได้ตัดสินใจซื้อ

 

แบบจำลองเหล่านี้เป็นแบบจำลองเชิงเส้น ที่สร้างขึ้นจากสมมติฐานที่ว่าผู้บริโภคจะก้าวผ่านช่วงความรู้ความเข้าใจ (คิด) และความรู้สึก (อารมณ์) ภายในกระบวนการของการเกิดพฤติกรรม (เช่นระหว่างการซื้อสินค้าหรือการทดลองสินค้า) (Demetrios Vakratsas and Tim Ambler, 1999 : 26-43)

 

ลำดับของแบบจำลอง AIDA Model มีดังนี้: (Priyanka, R., 2013 : 37-44 and E. St Elmo Lewis, 1908)

 

Attention (ดึงดูดความสนใจ) - ผู้บริโภครับรู้และตระหนักถึงรายละเอียดหลักของผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ (โดยปกติจะผ่านการโฆษณา ประชาสัมพันธ์)

Interest (ความสนใจ) - ผู้บริโภคให้ความสนใจโดยการเรียนรู้เกี่ยวกับประโยชน์การนำไปใช้งานของแบรนด์และความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์

Desire (ความปรารถนา) - ผู้บริโภคมีพัฒนาการหรือความรู้สึกที่ดีต่อแบรนด์

Action (การลงมือทำ) - ผู้บริโภคมีความตั้งใจในการซื้อ อาทิ เดินดูสินค้ารอบร้าน ทดสอบสินค้าทดลอง หรือจ่ายเงินซื้อสินค้า

 

การนำแนวคิดลำดับขั้นเช่น AIDA Model มาใช้  ช่วยให้นักการตลาดมีความเข้าใจอย่างละเอียดเกี่ยวกับการที่ผู้บริโภคเป้าหมายมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและได้ข้อมูลเชิงลึกว่าการโฆษณาประเภทใดที่น่าจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน (O’Shaughnessy, J., 1992)

 

นักการตลาดจะพิจารณาไปทีละขั้นเพื่อพิจารณาหาจำนวนผู้บริโภคเป้าหมายจากจำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด ปรากฏการณ์นี้บางครั้งเรียกว่า "ช่องทางในการซื้อ" (Peterson, Arthur F., 1959)

 

1. เมื่อจำนวนผู้ซื้อที่มีศักยภาพค่อนข้างมากรับรู้และตระหนักถึงผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์

2. จากนั้นกลุ่มย่อยเล็กๆ นี้จะเริ่มสนใจสินค้า

3. มีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยที่สุดท้ายจะผ่านลำดับขั้นต่างๆ สู่การซื้อจริง

ผลลัพธ์ดังกล่าวนี้เรียกว่า "ช่องทางลูกค้า" "ช่องทางการตลาด" หรือ "ช่องทางการขาย" นั่นเอง

 

แม้ในปัจจุบันแนวคิด AIDA Model จะถูกนำมาใช้เพื่อส่งเสริมการตลาดของแบรนด์ต่างๆ มากมายจนกระทั่งมีผู้ให้ฉายานามว่าเป็นโมเดล 1000 ล้าน  แต่การนำแนวคิด AIDA Model มาใช้เพื่อสร้างแบรนด์นั้นก็ต้องผ่านการวางแผนและทำความเข้าใจกับแนวคิดเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคเป้าหมายอย่างเหมาะสม มิเช่นนั้นแล้วอาจเป็นการทำการตลาดที่ผิดทาง และไม่ประสบผลสำเร็จ  โดยสิ่งที่นักการตลาดจะต้องมุ่งเน้นทำความเข้าใจกับตัวแปรที่สำคัญทั้ง 4 คือ Attention (ดึงดูดความสนใจ) Interest (ความสนใจ) Desire (ความปรารถนา) และ Action (การลงมือทำ) ว่าตราสินค้าของตนจะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยใช้ตัวแปรทั้งหมดของแนวคิด AIDA เพื่อสร้างตลาดให้กับสินค้าของตนได้อย่างไร ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพียงแค่ต้องทำความเข้าใจให้ดีพอ

 

 

เอกสารอ้างอิง

Demetrios Vakratsas and Tim Ambler, "How Advertising Works: What Do We Really Know?". Journal of Marketing, Vol. 63, No. 1, 1999, pp. 26-43 DOI: 10.2307/1251999 URL: https://www.jstor.org/stable/1251999

Priyanka, R., "AIDA Marketing Communication Model: Stimulating a purchase decision in the minds of the consumers through a linear progression of steps,". International Journal of Multidisciplinary Research in Social Management, Vol. 1 , 2013, pp 37-44.

E. St Elmo Lewis, Financial Advertising. (The History of Advertising), USA, Levey Brothers, 1908.

O’Shaughnessy, J., Explaining Buyer Behavior, Oxford, Oxford University Press, 1992.

Diehl, D. and Terlutter, R., "The Role of Lifestyle and Personality in Explaining Attitude to the Ad," in Branding and Advertising, Flemming Hansen,  Lars Bech Christensen (eds), p. 307

Howard, J.A. Marketing Management, Homewood, Ill. 1963.

Howard, J. A." in: P. E. Earl and S. Kemp (eds.), The Elgar Companion to Consumer Research and Economic Psychology, Cheltenham 1999, pp 310-314.

Peterson, Arthur F. (1959). Pharmaceutical Selling. Heathcote-Woodbridge.

Wikipedia. AIDA (marketing). [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก https://en.wikipedia.org/wiki/AIDA_(marketing)

 

................................

 

 

 
ทุนการศึกษา United World Colleges (UWC)

ทุนการศึกษา United World Colleges (UWC)

องค์การสหสากลวิทยาลัย United World Colleges (UWC) ประสงค์จะมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนไทยเพื่อเข้าศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตร International Baccalaureate เป็นเวลา 2 ปี ณ วิทยาลัยในเครือขององค์การฯ จำนวน 10 ทุน

 

ประเทศที่ให้ทุน

  • สาธารณรัฐประชาชนจีน
  • อิตาลี
  • อาร์มีเนีย
  • สาธารณรัฐคอสตาริกา
  • เขตบรหิารพเิศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน
  • นอร์เวย์
  • สิงคโปร์
  • สหราชอาณาจักร

การรับสมัคร

  • รับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2558 ถึง 20 มกราคม 2559

 

>>>>>>>>>>  อ่านข้อมูลเพิ่่มเติม

 
เทคนิคเบื้องต้นเพื่อเพิ่มคะแนน TOEFL
เทคนิคเบื้องต้นเพื่อเพิ่มคะแนน TOEFL

เรียบเรียงโดย : สาระดีดี.คอม

 

          การทำคะแนนสอบ TOEFL ให้อยู่ในระดับสูงสามารถทำได้โดยผู้เตรียมสอบต้องเริ่มเตรียมพร้อมโดยการวางแผนการเตรียมสอบที่มีประสิทธิภาพ  ซึ่งจะช่วยให้ผู้สอบทำคะแนนได้ดีตั้งแต่ครั้งแรกที่สอบ  มีเคล็ดลับ 4 ข้อสำหรับเพิ่มคะแนนสอบ TOEFL ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อผู้เตรียมสอบ  ดังนี้

           1.  เลือกเครื่องมือเตรียมสอบที่ดีและเหมาะสม

          หากผู้เตรียมตัวสอบไม่คุ้นเคยกับการสอบ TOEFL  มาก่อน   สิ่งสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้นคือการสร้างความคุ้นเคยกับแบบทดสอบ ตัวข้อสอบและโครงสร้างข้อสอบ   วิธีที่ดีที่สุดและเป็นวิธีง่ายๆ คือการทำแบบฝึกหัด    โดยในขั้นต้นผู้เตรียมตัวอสบควรตั้งใจอย่างเต็มที่ในการคัดหาหนังสือดีๆ สักเล่ม หรือเครื่องมือแนะนำการสอบ TOEFL ที่เหมาะสม   โดยสามารถเลือกเป็นหนังสือแนะนำ  ซีดี  เทป หรือไฟล์เสียง    บางครั้งผู้เตรียมตัวสอบอาจลังเลใจจากการโฆษณาต่างๆ หรือหน้าปกที่สวยงามของคู่มือ   ดังนั้นจึงควรหาข้อมูลหนังสือที่มีชื่อเสียงและเล่มที่มีผู้แนะนำให้ผู้ที่เตรียมตัวสอบอ่านมาแล้วหลายๆ รุ่นของการสอบ    ต่อมาให้ใช้เวลาทบทวนเกี่ยวกับกระบวนการที่จะช่วยให้ผู้เตรียมสอบจดจำข้อมูลต่างๆ ได้ดีขึ้น   ตัวอย่าง หากคุณรู้สึกไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือขณะอยู่บนรถโดยสารหรือรถไฟฟ้า  ให้คุณลองเปลี่ยนไปใช้เทป ซีดี หรือไฟล์เสียงที่สามารถฟังในขณะกำลังเดินทางเพื่อให้สามารถจดจำเทคนิคการทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

          2.  การตัดสินใจสมัครเรียนเพื่อเตรียมสอบ

          การสมัครเรียนเพื่อเตรียมสอบ TOEFL เป็นการเตรียมตัวสอบที่จะได้ผลดีกว่าอ่านหนังสือคู่มือ การอ่านเทคนิคต่างๆ  การทำแบบฝึกหัด และเรียนรู้จากเครื่องมือต่างๆ ด้วยตนเอง   สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับจากการลงเรียนในหลักสูตรเตรียมตัวสอบ TOEFL   คือ ประสิทธิภาพของการเรียนการสอน ความรู้ และโอกาสที่จะได้คะแนนสอบที่สูงขึ้น   เนื่องจากผู้เรียนจะมีโอกาสได้สอบถามข้อสงสัยหรือตั้งคำถามในเรื่องที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้นกับผู้สอน    อย่างไรก็ตามก่อนที่จะลงมือสมัครเรียนกับสถาบันกวดวิชา  ให้ผู้เรียนตรวจสอบให้มั่นใจว่าผู้สอนมีความรอบรู้เกี่ยวกับการสอบ TOEFL เป็นอย่างดี  และผู้สอนสามารถอธิบายและสอนสิ่งที่ยากๆ ให้คุณสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น    คุณอาจขอสถาบันที่สนใจเข้าชมการเรียนการสอนก่อนที่จะตัดสินใจสมัครเรียนจริง

          3.  เรียนรู้เทคนิคเพื่อลดเวลาการทำข้อสอบ

          ในการสอบ TOEFL ผู้สอบจะได้พบกับคำถามที่มีตัวเลือกคล้ายกันบ่อยๆ อาทิ

          A) to destroy
          B) destroying
          C) destroyed
          D) was destroyed

          เมื่อผู้สอบพบกับคำถามลักษณะนี้  ให้จำไว้ว่า 90% ของคำถามจากตัวเลือกข้างต้นคำตอบน่าจะเป็นข้อ B หรือ ข้อ C    ทั้งนี้โดยทั่วไปข้อสอบ TOEFL จะมีลักษณะของแบบทดสอบวัดactive voice (-ing form) และ passive voice (-ed form)  เมื่อคุณพบคำตอบที่มีทั้ง -ed และ -ing อยู่ในคำถามข้อเดียวกันในตัวเลือก   คำถามข้อนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าตัวเลือกจะอยู่ 1 ในสองตัวเลือกดังกล่าว  ซึ่งนี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายเทคนิคที่คุณจะได้เรียนรู้เมื่อได้ลงเรียนหลักสูตรเตรียมสอบ TOEFL หรือจากการทำแบบทดสอบอย่างเข้มข้น

          4.  ถามตัวเองว่าการเรียบเรียงประโยคสอดคล้องดีไหม

          ผู้เตรียมตัวสอบ TOEFL  ส่วนใหญ่มีความสามารถในการคิดประโยคคำพูดเป็นภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างถูกต้องยกเว้นตอนต้องออกเสียง   ในทางเดียวกัน  นั่นหมายความว่าเราจะสามารถสนทนาในใจได้ดีหากเราสามารถออกเสียงได้ถูกต้อง   และความคิดภายในใจจะสะท้อนออกมาเป็นเสียงจริงได้หากไม่ยึดติดหลักของไวยกรณ์ (grammar rules)   หรืออีกนัยหนึ่งคือเราสามารถพูดประโยคภาษาอังกฤษได้ถูกต้องได้ง่ายๆ ด้วยการคิดและพูดออกมาดังๆ   ดังนั้นการฝึกอ่านอ่านออกเสียงจึงเป็นการฝึกฝนให้ผู้เตรียมสอบได้คุ้นเคยกับรูปประโยคได้ค่อนข้างดีวิธีหนึ่ง

          ความจริงในเรื่องนี้จะทำให้คุณสามารถจัดการกับความสับสนเมื่อเจอกับข้อสอบ TOEFL    ในการทำข้อสอบที่ต้องพิจารณาใช้คำในตัวเลือกเข้าแทนที่คำภายในประโยคให้ลองอ่านดูว่าเมื่อเติมคำลงไปแล้วประโยคเหมาะสมดีหรือไม่   หากลองอ่านออกเสียงแล้วเสียงที่อ่านทั้งประโยคไม่ติดขัด ก็มีความเป็นไปได้ว่าคำตอบดังกล่าวเป็นตัวเลือกและคำตอบที่ถูกต้อง   

          เทคนิคง่ายๆ เหล่านี้ สามารถช่วยให้คุณเพิ่มคะแนน TOEFL ได้ไม่มากกน้อย   ขอให้จำไว้ว่าการหมั่นฝึกฝน  ทบทวน และทำแบบทดสอบสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณสามารถเพิ่มคะแนนสอบให้สูงขึ้นได้

 

จำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้26
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1223
mod_vvisit_counterเดือนนี้37777
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด4673228

Who's Online

เรามี 20 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ความคิดเห็น

ท่านใช้งานส่วนใดของสาระดีดี.คอม มากที่สุด